<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000</id><updated>2011-04-21T19:28:56.805-07:00</updated><category term='lca placentaria'/><category term='lca'/><category term='dncare'/><title type='text'>lca-chiangmai.blogspot.com</title><subtitle type='html'>คุณจุไรรัตน์ อินธิสอน เจ้าของสาขาlca-chiangmai
081-9804678,053-8226670</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>13</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-5770267812015620512</id><published>2008-04-13T19:25:00.000-07:00</published><updated>2008-04-15T02:54:38.939-07:00</updated><title type='text'>สมัครสมาชิกทดลองระบบฟรี 30 วันคลิกที่นี่</title><content type='html'>LCA ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์ ในการสกัดส่วนประกอบสำคัญต่างๆจาก placenta ได้แก่ cell activating factor, dlfferintlation factor,gene repairing factor กรดอะมิโนฯลฯ รวมทั้ง collagie และ active peptide และ ไวตามินต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนประกอบใน LCA ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ใต้ผิวหน้ง ซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพซ่อมแซมยีนส์ที่ถูกทำลายจากแสงแดด และสารอนุมูลอิสระ และช่วยขบวนการแบ่งเซลล์ใต้ผิวหนัง ส่งเสริมการทำงานของเซลล์ผิว ดังนั้นจึงเป็นการแก้ปัญหาริ้วรอยที่ต้นเหตุ ผิวพรรณจึงอ่อนนุ่มขึ้น และริ้วรอยแห่งวัยก็จะถูกกำิจัดออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าที่หลักของ LCA &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ช่วยซ่อมแซมผิวหน้าที่ขาดการบำรุงด้วยสารที่บำรุงผิวหน้าเปรียบเสมือนอาหารของผิวหน้ากว่า 8,000 ชนิด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ช่วยลดรอยดำ รอยแดง ที่เกิดจากสิว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ช่วยทำให้ผิวหน้าที่เคยเกิดสิวแล้วเป็นหลุม ไม่เรียบ ให้กลับมาเรียบเนียนได้ดังเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึก ตื้น ของหลุมนั้น หากลึกมากก็จะค่อยๆ ตื้นขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ช่วยทำให้รูขุมขนที่กว้าง แคบลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องผิวหน้า LCA จะช่วยบำรุงให้ผิวหน้าดูอ่อนนุ่ม อ่อนวัย กระจ่างใส &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. หากผู้ใช้มีใบหน้าที่ขาวอยู่แล้ว LCA จะเข้าไปผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ดูขาวอมชมพู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. เมื่อเริ่มใช้ จะรู้สึกหน้านุ่มน่าสัมผัส และดูเรียบเนียนขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ : ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้น อาจเกิด ประสิทธิภาพแตกต่างหรือใกล้เคียงกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขึ้นอยู่กับลักษณะของผิวหน้า และชนิดของปัญหา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่น แผลเป็น รอยหลุมสิว ฝ้า รอยแดง รอยดำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่ามีปัญหามากหรือน้อย เป็นต้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-5770267812015620512?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://www.teamonlinethailand.com/?id=87' title='สมัครสมาชิกทดลองระบบฟรี 30 วันคลิกที่นี่'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/5770267812015620512/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=5770267812015620512' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/5770267812015620512'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/5770267812015620512'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/04/lca_13.html' title='สมัครสมาชิกทดลองระบบฟรี 30 วันคลิกที่นี่'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-7600059773104516730</id><published>2008-04-07T23:23:00.001-07:00</published><updated>2008-04-07T23:23:47.437-07:00</updated><title type='text'>lca</title><content type='html'>LCA ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์ &lt;br /&gt;LCA ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์ ในการสกัดส่วนประกอบสำคัญต่างๆจาก placenta ได้แก่ cell activating factor, dlfferintlation factor,gene repairing factor กรดอะมิโนฯลฯ รวมทั้ง collagie และ active peptide และ ไวตามินต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนประกอบใน LCA ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ใต้ผิวหน้ง ซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพซ่อมแซมยีนส์ที่ถูกทำลายจากแสงแดด และสารอนุมูลอิสระ และช่วยขบวนการแบ่งเซลล์ใต้ผิวหนัง ส่งเสริมการทำงานของเซลล์ผิว ดังนั้นจึงเป็นการแก้ปัญหาริ้วรอยที่ต้นเหตุ ผิวพรรณจึงอ่อนนุ่มขึ้น และริ้วรอยแห่งวัยก็จะถูกกำิจัดออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าที่หลักของ LCA &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. ช่วยซ่อมแซมผิวหน้าที่ขาดการบำรุงด้วยสารที่บำรุงผิวหน้าเปรียบเสมือนอาหารของผิวหน้ากว่า 8,000 ชนิด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. ช่วยลดรอยดำ รอยแดง ที่เกิดจากสิว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ช่วยทำให้ผิวหน้าที่เคยเกิดสิวแล้วเป็นหลุม ไม่เรียบ ให้กลับมาเรียบเนียนได้ดังเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึก ตื้น ของหลุมนั้น หากลึกมากก็จะค่อยๆ ตื้นขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ช่วยทำให้รูขุมขนที่กว้าง แคบลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องผิวหน้า LCA จะช่วยบำรุงให้ผิวหน้าดูอ่อนนุ่ม อ่อนวัย กระจ่างใส &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. หากผู้ใช้มีใบหน้าที่ขาวอยู่แล้ว LCA จะเข้าไปผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ดูขาวอมชมพู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7. เมื่อเริ่มใช้ จะรู้สึกหน้านุ่มน่าสัมผัส และดูเรียบเนียนขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ : ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้น อาจเกิด ประสิทธิภาพแตกต่างหรือใกล้เคียงกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขึ้นอยู่กับลักษณะของผิวหน้า และชนิดของปัญหา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่น แผลเป็น รอยหลุมสิว ฝ้า รอยแดง รอยดำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่ามีปัญหามากหรือน้อย เป็นต้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-7600059773104516730?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/7600059773104516730/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=7600059773104516730' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/7600059773104516730'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/7600059773104516730'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/04/lca.html' title='lca'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-7291924821106922726</id><published>2008-03-24T23:50:00.000-07:00</published><updated>2008-03-25T00:04:09.585-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='lca'/><title type='text'>LCA มหัศจรรย์ความงามแห่งยุคสมัย หนึ่งหยดก็สดใส</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-ijpjaYYSI/AAAAAAAAAW0/O04hcYSX0U0/s1600-h/2007-07-14_031316_19011414313.jpeg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-ijpjaYYSI/AAAAAAAAAW0/O04hcYSX0U0/s200/2007-07-14_031316_19011414313.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5181571305565610274" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;LCA เพียงหนึ่งหยดก็สดใส ผิวดีสวยดั่งใจในหลอดแรกLCA เพียงหนึ่งหยดก็สดใส ผิวดีสวยดั่งใจในหลอดแรกLCA เพียงหนึ่งหยดก็สดใส ผิวดีสวยดั่งใจในหลอดแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;LCA นวัตกรรมใหม่ล่าสุด...ระดับโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบโจทย์ทุกเรื่องเกี่ยวกับใบหน้า รอยแผลเป็น หน้าเป็นหลุม สิวเยอะ รูขุมขนใหญ่ รอยตีนกา ฯลฯ เป็นการแก้ปัญหาใบหน้าที่ระดับ DNA, RNA เป็นการปลูกถ่ายเซลล์ใหม่ ให้Lย้อนวัยสู่วัยหนุ่มสาว ใช้ยีนส์ต้นกำหนดที่สกัดมาจากรกเด็ก สกัดที่ความเย็น -300 องศา โดยใช้นาโนเทคโนโลยีจากสวิสเซอร์แลนด์ในการสกัดเย็นจัด ด้วยเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ที่ทันสมัยที่สุดของโลก ทะเบียนสิทธิบัตรเลขที่ 2004100969740 คือเป็นการพัฒนาครั้งแรกของโลกเพื่อการดูแลผิวพรรณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Human Placenta&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;LCA เป็นการสกัดเอาสารอาหารที่อยู่ในรกเด็กที่มีประโยชน์มากกว่า 8,000 ชนิดออกมา (สกัดจากรกที่คลอดแล้ว) แล้วนำมาเลี้ยงไว้ในหลอดสูญญากาศ เทคโนโลยีที่ใช้ในการสกัด LCA ได้รับรางวัลโนเบล จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ถ้าเปรียบเทียบระหว่าง Stem cell ที่ผลิตจากรกเด็กกับ Stem cell ที่ผลิตจากรกแกะ LCA จัดอยู่ในเวอร์ชั่น 5.5 เนื่องจากเพิ่งถูกคิดค้นได้เป็นเวลา 2-3ปีเท่านั้น แต่ Stem cell ที่ผลิตจากรกแกะจัดอยู่ในเวอร์ชั่น 1-2 เท่านั้น เนื่องจากได้ถูกคิดค้นมานานแล้วกว่า 20 ปี และโดยธรรมชาติสารอาหารที่อยู่ในรกคนย่อมให้ผลดีที่สุด ดูตัวอย่างเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา สามารถเติบโตได้จากสภาวะไร้น้ำหนัก ผ่านไป 9 เดือน สามารถสร้างน้ำหนักตัวได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม มีการเจริญเติบโตที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก ถ้าเราสามารถนำสารอาหารในรกเหล่านั้นออกมาหล่อเลี้ยงใบหน้าของเราได้ มันจะวิเศษแค่ไหนอยากให้นึกภาพตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสมบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * LCA ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนใต้ผิวหนัง &amp; ส่งเสริมการทำงานของเซลล์&lt;br /&gt;    * ซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ ช่วยขบวนการแบ่งเซลล์ที่ใต้ผิวหนัง&lt;br /&gt;    * LCA ช่วยลดริ้วรอย เหี่ยวย่น บริเวณหน้าผาก หางตา ใต้ตา&lt;br /&gt;    * ส่งเสริมการทำงานของ DNA และ RNA ในการสังเคราะห์โปรตีน&lt;br /&gt;    * LCA ให้ความชุ่มชื้นและความกระจ่างใสของใบหน้าด้วยวิตามินซีบริสุทธิ์ สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้เลือนหายได้&lt;br /&gt;    * สามารถซึมผ่านใบหน้าถึง 16 ชั้น ของผิวหนังถึง DNA และเซลล์ของผิวสามารถนำไปใช้ได้ทันที เพราะสกัดจากธรรมชาติ ใบหน้ากระชับ เต่งตึง ผุดผ่อง มีชีวิตชีวา สดใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;LCA ขนาดบรรจุ 1 หลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประสิทธิภาพของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    * ช่วยซ่อมแซมผิวหน้าที่ขาดการบำรุง ด้วยสารที่บำรุงผิวหน้าเปรียบเสมือนอาหารของผิวหน้ากว่า 8,000 ชนิด&lt;br /&gt;    * LCA ช่วยลดรอยดำ รอยแดง ที่เกิดจากสิว จนหายขาดได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว (เริ่มเห็นชัด สัปดาห์ที่ 2)&lt;br /&gt;    * LCA ช่วยทำให้ผิวหน้าที่เคยเกิดสิวแล้วเป็นหลุม ไม่เรียบ ให้กลับมาเรียบเนียนได้ดังเดิม ทั้งนี้ขึ้นกับความลึกตื้นของหลุมนั้น หากลึกมาก ก็จะค่อยๆตื้นขึ้น (เริ่มเห็นชัดเมื่อผ่านไป 5-6 สัปดาห์ จากประสบการณ์ หากใช้ร่วมกับ LCA Placentaria จะเห็นผลไวและชัดขึ้น)&lt;br /&gt;    * ช่วยทำให้รูขุมขนที่กว้างแคบลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียน (เริ่มเห็นผลชัดขึ้นหลังจากใช้ไปสัปดาห์ที่ 2)&lt;br /&gt;    * ลดปัญหาผิวหน้ามัน เพราะ LCA สามารถควบคุมความมันของผิวหน้าได้ หรือ ลดการเกิดสิวได้ (เริ่มเห็นผลชัดเมื่อผ่านไปแค่ 1 สัปดาห์)&lt;br /&gt;    * สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องผิวหน้า LCA จะเป็นยาช่วยบำรุงให้ผิวหน้าดูอ่อนนุ่ม อ่อนวัย กระจ่างใสลดอายุได้ราว 15ปี (เห็นผลชัด เมื่อสัปดาห์ที่ 2 จะรุ้สึกว่าหน้าสว่างขึ้น)&lt;br /&gt;    * สำหรับคนที่เป็นสิวอยู่ก็สามารถใช้ได้ LCA จะช่วยลดอาการอักเสบและทำให้ยุบลงอย่างรวดเร็ว (เมื่อทาบริเวณหัวสิว จะทำให้สิวยุบและแห้งในเวลา 2-3 วัน)&lt;br /&gt;    * หากผู้ใช้มีใบหน้าที่ขาวอยู่แล้ว LCA จะเข้าไปผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ดูขาวอมชมพู หน้าสว่างกระจ่างใสขึ้น (เห็นผลชัดเมื่อสัปดาห์ที่ 2)&lt;br /&gt;    * LCA เมื่อเริ่มใช้ จะรู้สึกหน้านุ่มน่าสัมผัส และดูเรียบเนียนขึ้นอย่างรวดเร็ว (เห็นผลชัดเจนใน 3-7วัน) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ : ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้น อาจเกิดประสิทธิภาพแตกต่างหรือใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของผิวหน้า และชนิดของปัญหา เช่น แผลเป็น รอยหลุมสิว ฝ้า รอยแดง รอยดำ ว่ามีปัญหามากหรือน้อย เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมัครสมาชิกเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ฟรี !!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สินค้าจัดส่งทั่วประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์หรือการสมัครสมาชิก&lt;br /&gt;081-9804678&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-7291924821106922726?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/7291924821106922726/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=7291924821106922726' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/7291924821106922726'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/7291924821106922726'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/lca-lca-lca-lca-lca.html' title='LCA มหัศจรรย์ความงามแห่งยุคสมัย หนึ่งหยดก็สดใส'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-ijpjaYYSI/AAAAAAAAAW0/O04hcYSX0U0/s72-c/2007-07-14_031316_19011414313.jpeg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-5132400212910235030</id><published>2008-03-24T19:08:00.001-07:00</published><updated>2008-03-24T19:12:47.736-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='lca'/><title type='text'>วิธีการใช้ LCA</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hfkTaYYNI/AAAAAAAAAWM/zHAc7ovh6vQ/s1600-h/scan0010_1.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hfkTaYYNI/AAAAAAAAAWM/zHAc7ovh6vQ/s200/scan0010_1.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5181496448580608210" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   &lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;          แกะฝาโลหะที่หลอดตามรอยปุ&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;          ใช้เข็มเจาะที่จุกยางสีเทา แล้วดึงออกเท่าที่ต้องการ&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;          แล้วค่อยๆหยดลงบนนิ้วกลางหรือนิ้วนาง แล้วทาบางๆทั่วใบหน้าถึงลำคอ นวดเบาๆ เพื่อการซึมซับที่ดีขึ้น&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;          ใช้วันละสองครั้ง  ตอนเช้า และก่อนนอน  สามารถใช้ร่วมกับเครื่องนวดหน้าอัลตร้าโซนิคเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;    ข้อควรระวัง:&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;          ไม่ควรใช้ร่วมกับเครื่องสำอางใดๆที่มี  Whitening  ชนิดผลัดเซลล์ผิว&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;          ผู้ที่มีผิวบาง หรือแพ้ง่ายไม่ควรใช้ร่วมกับเครื่องอัลตร้าโซนิค&lt;br /&gt;        *&lt;br /&gt;          และควรเก็บในที่แห้งและเย็น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-5132400212910235030?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/5132400212910235030/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=5132400212910235030' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/5132400212910235030'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/5132400212910235030'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/lca_24.html' title='วิธีการใช้ LCA'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hfkTaYYNI/AAAAAAAAAWM/zHAc7ovh6vQ/s72-c/scan0010_1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-3881867241642755248</id><published>2008-03-17T17:45:00.001-07:00</published><updated>2008-03-24T19:05:08.517-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='lca'/><title type='text'>ถามตอบเกี่ยวกับ lca</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hdmjaYYLI/AAAAAAAAAV8/NdszAtx-xg0/s1600-h/2007-07-14_031316_19011414313.jpeg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hdmjaYYLI/AAAAAAAAAV8/NdszAtx-xg0/s200/2007-07-14_031316_19011414313.jpeg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5181494288212058290" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-3881867241642755248?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/3881867241642755248/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=3881867241642755248' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/3881867241642755248'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/3881867241642755248'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/lca_17.html' title='ถามตอบเกี่ยวกับ lca'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hdmjaYYLI/AAAAAAAAAV8/NdszAtx-xg0/s72-c/2007-07-14_031316_19011414313.jpeg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-4068566279818728803</id><published>2008-03-14T05:19:00.000-07:00</published><updated>2008-03-14T09:59:41.637-07:00</updated><title type='text'>Placenta</title><content type='html'>ใน Human Placenta มี สเตมเซลล์ (Stem Cell) และสารสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของเซลล์ &lt;br /&gt;อยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ด้วยเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ที่ทันสมัยที่สุดของโลก ทะเบียนสิทธิบัตรเลขที่ 20410096974.0 และการสกัดด้วย ความเย็นจัด SFE (carbon dioxide supercritical low temperature extract) และนาโนเทคโนโลยีทำให้สามารถสกัดสารสำคัญต่างๆ เช่น nucleic acid,Hyaluronic acid,&lt;br /&gt;epidermal growth factor,natural collagen นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาเทคโนโลยี&lt;br /&gt;จนสามารถสกัด pigment inhiditing factor ซึ่งสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติ &lt;br /&gt;ของผิวพรรณ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาครั้งแรกของโลกที่เกิดผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ เพื่อการดูแลผิวพรรณ LCA เป็นการสกัดเอาสารอาหารที่อยู่ในรกเด็กที่มีประโยชน์มากกว่า 8,000 ชนิด ออกมานำออกมาเลี้ยงไว้ในหลอดสูญญากาศ เทคโนโลยีที่ใช้ในการสกัด LCA &lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ได้รับรางวัลโนเบล จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ &lt;/span&gt;ถ้าเปรียบเทียบระหว่าง Stem cell ที่ผลิตจากรกเด็กกับ Stem cell ที่ผลิตจากรกแกะ LCA จัดอยู่ในเวอร์ชั่น 5.5 เนื่องจากเพิ่งถูกคิดค้นได้ในเป็นเวลา 2-3ปีเท่านั้น แต่ Stem cell ที่ผลิตจากรกแกะจัดอยู่ในเวอร์ชั่น 1-2 เท่านั้น เนื่องจากได้ถูกคิดค้นมานานแล้วกว่า 20 ปี และโดยธรรมชาติสารอาหารที่อยู่ในรกคนย่อมให้ผลดีที่สุด ดูตัวอย่างเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา สามารถเติบโตได้จากสภาวะไร้น้ำหนัก ผ่านไป 9 เดือน สามารถสร้างน้ำหนักตัวได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม มีการเจริญเติบโตที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก ถ้าเราสามารถนำสารอาหารในรกเหล่านั้นออกมาหล่อเลี้ยงใบหน้าของเราได้ มันจะวิเศษแค่ไหนอยากให้นึกภาพตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight:bold;"&gt;ผลที่คาดได้ :&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อใช้ครั้งแรกๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดเลื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำและจุดด่างดำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่อยู่ลึกให้ลดเลือน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-4068566279818728803?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/4068566279818728803/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=4068566279818728803' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/4068566279818728803'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/4068566279818728803'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/lca-204100969740.html' title='Placenta'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-2135921866142182597</id><published>2008-03-13T13:13:00.000-07:00</published><updated>2008-03-24T19:14:22.887-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='lca placentaria'/><title type='text'>LCA PLACENTARIA</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hf5jaYYOI/AAAAAAAAAWU/681PPPyVr50/s1600-h/placentaria.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hf5jaYYOI/AAAAAAAAAWU/681PPPyVr50/s200/placentaria.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5181496813652828386" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;LCA PLACENTARIA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผิวหน้าเยาว์ยามกลางวัน นุ่มเนียนใสในราตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยพลาเซนทาเรีย เซรั่มบำรุงหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 ชุดประกอบด้วยPlacentaria Day และPlacentaria Night&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขนาด 15mlใช้ได้ประมาณ 60 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placentaria day:บำรุงผิวช่วงกลางวันอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยส่วนประกอบของสารสกัดสาหร่ายทะเลน้ำลึก โปรตีนจากรังไหม สารสกัดจากเห็ดหูหนูขาว มะหาด กวาวเครือขาว CM-Glucan และ Hyaluronic acid                                                     &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placentaria night:บำรุงผิวช่วงกลางคืน ประกอบด้วยสารสกัดจากสาหร่ายน้ำลึก โยเกิร์ต เห็ดหูหนูขาว มะหาด CM-Glucan และ Hyaluronic acid&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสมบัติอันโดดเด่นของสารสกัดจากธรรมชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารสกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก(Undaria&amp;Laminaria seaweed extract)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ซึ่งเป็นมรดกโลกทางชีวภาพในประเทศฝรั่งเศส  อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับผิว คือ Vitamin E, Vitamin C, Sulfated Amino Acid, Phosphorus, Magnesium และ Iodine ช่วยกระตุ้นให้มีการผลัดเซลล์ผิวรวมทั้งผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น เรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยกระบวนการทันสมัยระดับโลก Micro Breaking ไม่มีการเติมสารอื่นๆ ลงไปในกระบวนการสกัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารสกัดจากเห็ดหูหนูขาว ( Thremell fuciformis extract )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          สารสกัดนี้มีการใช้บำรุงผิวในสุภาพสตรีชาวจีนมาตั้งแต่อดีต และปัจจุบันมีการค้นพบว่ามีส่วนประกอบของ Polysaccharide ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยในการลดการอักเสบของผิวหนังได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารสกัดจากรังไหม( Sericin extract )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ซิริซิน มีกรดอะมิโน คือ Serine,Glycine,Alanine,Threonine และ Arginium ที่เป็นสาร NMF ซึ่งมีหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นแก่ผิว โดยช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ รักษาความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง และช่วยให้เซลล์ผิวหนังที่เกิดอาการอักเสบคืนสภาพเร็วขึ้น ทั้งยังช่วยกำจัดจุลินทรีย์บางชนิดที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคผิวหนัง สารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันผลกระทบจากแสงแดด ผิวหนังอักเสบและเซลล์ผิวแข็งแรงด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารสกัดจากมะหาด (Mahad extract)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          มะหาด มีสารสำคัญชื่อ Oxyresveratrol ที่สามารถยับยั้ง เอนไซม์ไทโรสิเนส ซึ่งอยู่ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินของผิวหนัง ช่วยให้ลดความเข้มของสีผิว และปรับสภาพผิวให้สว่างขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารสกัดจากกวาวเครือขาว( Pueraria extract )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          ช่วยสร้างควมยืดหยุ่น สร้างความยืดหยุ่น สร้างความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง แลป้องกันการเกิดริ้วรอยทำให้ผิวตึงกระชับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารสกัด Cosmocan® ซีเอ็ม-กลูแคน ( CM-Glucan )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;        มีส่วนประกอบของ Polysaccharide ที่สามารถต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอย และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารสกัดไฮยาลูโรนิก เอซิด ( Hyaluronic acid )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          สารเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณตามธรรมชาติ ทำให้ผิวเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารสกัด Yoghurtex® โยเกิร์ต( Yoghurt power )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          โยเกิร์ตมีสารที่มีประโยชน์ต่อผิวมากมายจากธรรมชาติ ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ดูกระจ่างใส ช่วยบำรุงเซลล์ผิวใหม่ให้แข็งแรง และช่วยในกระบวนการ สารสมานผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-2135921866142182597?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/2135921866142182597/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=2135921866142182597' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/2135921866142182597'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/2135921866142182597'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/lca-placentaria.html' title='LCA PLACENTARIA'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hf5jaYYOI/AAAAAAAAAWU/681PPPyVr50/s72-c/placentaria.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-4085009611919878338</id><published>2008-03-13T12:58:00.000-07:00</published><updated>2008-03-13T13:11:35.386-07:00</updated><title type='text'>เอกสารจากอ.ย.</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9mJWrcFrLI/AAAAAAAAALw/q75_wi81lvs/s1600-h/mContent_Image21102550131924.jpg.gif"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9mJWrcFrLI/AAAAAAAAALw/q75_wi81lvs/s400/mContent_Image21102550131924.jpg.gif" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5177320269349760178" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-4085009611919878338?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/4085009611919878338/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=4085009611919878338' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/4085009611919878338'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/4085009611919878338'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/blog-post_13.html' title='เอกสารจากอ.ย.'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R9mJWrcFrLI/AAAAAAAAALw/q75_wi81lvs/s72-c/mContent_Image21102550131924.jpg.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-1089942468981869920</id><published>2008-03-13T12:24:00.000-07:00</published><updated>2008-03-24T19:18:10.122-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='lca'/><title type='text'>คุยกับคุณหมอ</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hgmjaYYPI/AAAAAAAAAWc/jtW_TNVZTqw/s1600-h/mContent_Image17112550144528.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hgmjaYYPI/AAAAAAAAAWc/jtW_TNVZTqw/s200/mContent_Image17112550144528.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5181497586746941682" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สัมภาษณ์ นายแพทย์ฉัตรชัย   ศรีบัณฑิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและ Cell Therapy&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรรมการบริหาร ดรีมทีม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประธานบริษัท แอ๊บโซลูธ เฮลธ์ จำกัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอช่วยกรุณาเล่าถึงที่มาของ LCA และความรู้เกี่ยวกับเรื่อง Stem Cells  ด้วยครับ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิส พบว่า ใน placenta มีสิ่งที่มีลักษณะคล้าย stem cells เมื่อมาตรวจสอบทางเคมีและการทำงานของเซลล์ก็พบว่า ใน placenta มี stem cells อยู่จริง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่รู้กันเพิ่มขึ้นมา stem cells นอกจากจะมีอยู่ในเลือดและไขกระดูกแล้ว ยังมีอยู่ในส่วนของ placentaด้วย ถ้าสกัดออกมาดีแล้วมี placenta biopeptide จำนวนมากมายอยู่จริง และมีเทคโนโลยีที่นำไปสู่ผิวชั้นลึกได้มากจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมใช้ LCA จึงเห็นผลเร็ว บางคนบอกแค่ 3-4วัน ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีผลก็เห็นเร็ว สิ่งที่เห็นเร็วในขั้นต้นเกิดจากการที่เซลล์ของมนุษย์ ถ้ามีทั้งหมด 100% จะทำงานจริงเพียง 60 – 70% อีก 30% เซลล์ยังไม่ตาย แต่ไม่ทำงาน ถ้าเรามี biopeptide ที่มี bioavailability ที่มีฤทธิ์จริงๆ เราใช้เพียงแค่ 3 – 4 วัน พวกเซลล์ที่หมดสภาพหรือเซลล์ที่ไม่ทำงานนั้นก็จะกลับมาทำงานใหม่ เกิดการสังเคราะห์โปรตีน ถ้าเรื่องของผิวหนังก็จะมีเรื่องของ elastic และ collagen เพิ่มขึ้น ผิวหนังจะดูดีขึ้นภายใน 3 – 4 วัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากให้คุณหมอให้ความเห็นความแตกต่างระหว่าง ผลิตภัณฑ์ Stem Cells ของ LCA กับ เครื่องสำอางค์ทั่วไปหน่อยครับ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;placenta ที่มาจากมนุษย์ เป็นสิ่งที่มีลักษณะใกล้เคียงกันทางด้านพันธุกรรม ทางด้านยีน รวมทั้งทางเคมี ส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆ ก็จะมีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด เพราะฉะนั้นจะมีความเข้ากันได้ และมีประสิทธิภาพสูงกว่า ที่เครื่องสำอางทำได้ก็คือจะเข้าไปคงความชุ่มชื้นของผิว แต่ไม่มีตัวรับ นั่นคือ ในเซลล์ผิวไม่มี receptor เป็นตัวรับว่าจะให้เซลล์ทำงานอย่างไร นั่นคือข้อแตกต่าง ถ้าเป็น placenta ที่สกัดจากมนุษย์ receptor นี้จะเปิดอยู่ สารที่เรียกว่า placental peptide ซึ่งมีอยู่ใน placenta มีมากมาย 8,000 กว่าชนิด สารต่างๆ เหล่านี้หากสกัดด้วยวิธีที่ถูกต้อง ก็จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้เกิดการซ่อมแซม เนื่องจากเซลล์ต่างๆ มี receptor หรือตัวรับอยู่ที่ผนังเซลล์ ซึ่งจะส่งผ่านคำสั่งไปที่ส่วนต่างๆ ภายในเซลล์ เกิดการสังเคราะห์โปรตีน การสังเคราะห์เซลล์ผิวขึ้นมาได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placenta และ Stem Cell คืออะไร? และเกี่ยวข้องกันอย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสพบว่า ใน Placenta มีสิ่งที่มีลักษณะคล้าย Stem Cell เมื่อตรวจสอบทางเคมีและการทำงานของเซลล์ก็พบว่าใน Placenta มี Stem Cell อยู่จริง เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่รู้กันเพิ่มขึ้นว่า Stem Cell นอกจากจะมีอยู่ในเลือดและในไขกระดูกแล้ว ยังมีอยู่ใน Placenta ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placenta มีการใช้มานานแล้ว โดยญี่ปุ่นมีการสกัดมาใช้รักษาโรคตับ และขึ้นทะเบียนเป็นยาในกลุ่มเสริมร่างกายคล้ายวิตามิน Placenta สกัดของญี่ปุ่นอยู่ในความควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคตับ แล้วไปฉีดวัคซีนที่สกัดมาจาก Placenta เพื่อบำรุงตับก็จะได้รับการชดเชยค่าใช้จ่าย คือรัฐบาลจะจ่ายให้ ระบบประกันสุขภาพของญี่ปุ่นได้รวม Placenta เข้าไปรวมอยู่กับพวกยาแก้ปวดพาราเซตามอน ถ้าใครป่วยแล้วอยู่ในหลักประกันสุขภาพของรัฐ รัฐจะออกค่าใช้จ่ายให้ ในญี่ปุ่นนั้น Placenta ถือได้ว่านำมาใช้กันมานาน ส่วนคนที่นำ Placenta มาใช้คนแรกๆ ก็คือ ชาวจีน เพราะมีประวัติศาสตร์ในคัมภีร์เก่าๆ ก็มีการพูดถึง   ฉะนั้น Placenta ก็มีการนำมาใช้ทำยา และประเทศที่นำ Placenta มาใช้กันเยอะทางยุโรป ก็จะเป็นเยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์และญี่ปุ่น ฉะนั้น Placenta เป็นที่ยอมรับในการเป็นยามานาน Placenta มีปัจจัยแห่งการเจริญเติบโต หรือ growth factor อยู่หลายอย่าง อย่างเช่น การเจริญเติบโตของตับ เรียกว่า Hepatosize growth factor และส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็มีแตกต่างกันไป โดยจะมีการส่งข้อมูลไปตามจังหวะและขั้นตอนของชีวิตมนุษย์เรา นี่เป็นการไขความลับที่นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสได้ไขความลับขึ้นมาได้ เมื่อก่อนมีการนำมาใช้โดยไม่รู้ว่า Placenta มีประโยชน์อย่างไร เมื่อเราพบว่าใน Placenta มีส่วนที่เรียกว่า Placenta Biopeptide จำนวนมาก เมื่อเข้าไปในร่างกายเรามันก็จะไปกระตุ้นตัวรับหรือ receptor cell ให้เกิดการซ่อมแซมเซลล์ขึ้นมา มีการกระตุ้นฟื้นฟูเซลล์ตับหรือเซลล์อื่นๆ และแต่ว่าใน Placenta ที่สกัดออกมานั้นมี growth factor ชนิดใดอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุใด? จึงใช้ Stem Cell ใน Placenta ของมนุษย์ทดแทน Stem Cell ใน Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะสัตว์กับมนุษย์ก็มี Gene ที่แตกต่างกัน Cell ก็ไม่เหมือนกัน การนำ Placenta ในสัตว์มาใช้ในการรักษาโรคก็มี เอามาใช้ในเรื่องความสวยงามก็มี แต่ Placenta ที่มาจากมนุษย์เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงทั้งทางด้านพันธุกรรม ทางด้าน gene รวมทั้งทางเคมีและส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆ ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด การนำมาใช้จึงจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุใด? จึงใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าพูดถึงการสกัดแล้ว ในสมัยก่อนมีการนำ Placentaมาใช้ทำยาก็มี ด้วยความสวยงามก็มี แต่เป็นการนำ Placenta มาสกัดด้วยวิธีธรรมดา หากเรานำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสกัดจากสิ่งที่มีชีวิต ทางด้าน enzyme, peptide, amino acid ต่างๆ และให้คงสภาพไว้ได้มากที่สุด ต้องเป็นการสกัดโดยใช้ความเย็นจัด ที่เรียกว่า Supercritical Low Temperature Extraction การสกัดแบบนี้จะทำให้สารต่างๆ ยังคงประสิทธิภาพ เสมือนกับว่าสิ่งที่เป็นสสารเหมือนนั้นสามารถที่จะเข้าไปทำงานได้ทันที ศัพท์ทางวิชาการเรียกว่า มี Bio-availability คือแทนที่จะเป็นโปรตีนอย่างเดียว แต่จะเป็นโปรตีนที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะมีตัวรับการทำงานอย่างชัดเจน ในผิวหนังของเราก็จะมีตัวรับการทำงานของสารต่างๆ เหล่านี้ อย่างเช่น สารสกัดบางอย่างมี peptide ที่ใช้ในการซ่อมแซมผิวหนัง ก็จะมีตัวรับอยู่ที่ผิวหนังอย่างชัดเจน เพราะว่าเป็นสารสกัดจาก placenta ของมนุษย์ ทำให้การทำงานดีกว่าเครื่องสำอาง เพราะเครื่องสำอางต่างๆ เป็นทั้งสารสกัดทางเคมี สารสกัดจากพืช สารสกัดจากสัตว์ สิ่งที่เครื่องสำอางทำได้ก็คือ จะไปคงความชุ่มชื้นของผิว แต่ในเซลล์ผิวของเราไม่มีตัว receptor ที่จะให้สารเหล่านี้เข้าไปทำงานอย่างไรในตัวเรา นี่คือข้อแตกต่างระหว่าง placenta ที่สกัดจากมนุษย์ receptor เหล่านี้จะเปิดอยู่ สารสกัดที่เรียกว่า placenta peptide ที่มีอยู่จำนวนมาก หากสกัดด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ก็จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้เกิดการซ่อมแซม โดย receptor จะส่งสัญญาณไปภายในเซลล์ต่างๆ ใต้ผิวหนังให้เกิดการสังเคราะห์โปรตีน ซ่อมแซมเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องสำอางดูแลผิวที่มี placenta เป็นองค์ประกอบจะทำหน้าที่ในการฟื้นฟูผิวที่ต้นเหตุได้อย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื่องจาก เครื่องสำอางต่างๆ ไม่มีตัวรับที่ผนังเซลล์ เพราะเป็นเคมี เวลาทำงานก็จะเข้าไปทำงานที่ตัวเซลล์ แล้วก็ผ่านเข้าไปในกระแสเลือดส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็เข้าไปในระบบน้ำเหลือง แล้วก็หายไป ไม่มีการทำงานต่อเนื่อง แต่ว่า biopeptide ต่างๆ เป็นสิ่งที่มีตัวรับที่ผนังเซลล์ ในการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์พบว่า biopeptide ที่อยู่ใน placenta มีส่วนเข้าไปกระตุ้นเซลล์ อย่างเช่น biopeptide ที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ตับ ก็จะไปกระตุ้นเซลล์ตับให้เกิดการซ่อมแซม ในส่วนของผิวหนัง placenta biopeptide ก็จะไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนัง ความแตกต่างอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้ placenta biopeptide เข้าไปถึงผิวหนังชั้นใน เพราะผิวหนังชั้นนอกของคนเรานั้นเป็นสิ่งที่ตายแล้วและการเข้าไปก็ยาก นั่นเป็นเรื่องของนาโนเทคโนโลยีที่จะทำให้ biopeptide ผ่านผิวหนังเข้าไปลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ และเข้าไปสู่ชั้นของ receptor ในชั้นของเซลล์ชั้นใน ไม่เพียงแต่เข้าไปอยู่ที่ผิวชั้นนอกซึ่งเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นหนังกำพร้าของคนเรา นั่นเป็นข้อแตกต่างของการใช้เครื่องสำอางแบบนี้ว่า บางครั้งก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง บางครั้งก็ได้ผลดี ก็ขึ้นอยู่กับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. การสกัด : ได้สกัดเอา biopeptide ออกมาจริงหรือไม่ Stem Cell ใน placenta : บางคนนำ stem cell มาขยายตัว เพราะ stem cell จาก placenta สามารถนำมาเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนได้ จากนั้นก็นำมาสกัดเพื่อเอาองค์ประกอบที่อยู่ภายในพวกกรดอะมิโนพวกเทียโรเมียเรส หรือเอนไซม์บางอย่างที่ทำให้เซลล์มีชีวิตชีวามากขึ้น ก็เรียกว่าเป็น placenta ที่สกัดจาก stem cell อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. สามารถเข้าไปในเซลล์ได้ลึกแค่ไหน : เมื่อเรานำนาโนเทคโนโลยีเข้ามา การซึมเข้าใต้ผิวหนังก็เป็นไปได้มาก ประสิทธิภาพก็จะสูง มียุคหลังๆ ที่มีคนนำ placenta จากแกะ เครื่องสำอางจากรกแกะมาใช้ เครื่องสำอางเหล่านั้นก็สกัดมาจาก placenta ที่ใช้วิธีการสกัดแบบการสกัดเพื่อทำเครื่องสำอางธรรมดา ที่แตกต่างกันก็คือ ถ้าเราใช้ placenta ที่สกัดจากคนและทำการสกัดด้วยวิธีที่เหมือนการทำยาคือสกัดเอา biopeptide ออกมาเป็น placenta biopeptide การใช้ในเรื่องเครื่องสำอางก็จะมีประโยชน์มากและเห็นผลอย่างชัดเจน ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงว่ามีการฟื้นฟูจากภายใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี placenta ได้หรือไม่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรระวัง ต้องทำการทดสอบก่อนคือ ใช้ปริมาณน้อยๆ ทาที่บริเวณคอหรือบริเวณท้องแขน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ก็ค่อยขยายเพิ่มขึ้นเช่น ทาบริเวณหลังหู และใช้ปริมาณน้อยๆ คือ ครั้งละ 1 หยด เพื่อไม่มีอาการอะไร อีก 2-3 วันค่อยใช้ต่อและค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้น วิธีนี้แตกต่างจากเครื่องสำอางทั่วไปที่เป็นเคมี ปกติสารเคมีนั้น ถ้าคนใดที่แพ้แล้วก็จะแพ้ตลอดเพราะเป็นสารเคมี แต่ถ้า placenta biopeptide แล้วสกัด peptide ออกมา มันเป็นชีวภาพจริงๆ จะมีการป้องกันการเกิดการแพ้ (desensitization) วิธีการคือ ใช้ในปริมาณที่น้อยมากแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้น ฉะนั้นเราจึงอาจใช้ครั้งแรกทา 1 หยด อีก 3-7 วัน ทาอีกครั้ง แล้วเว้น 3-7 วัน ทาอีกครั้ง ทำอย่างนี้ประมาณ 10 ครั้ง เพราะฉะนั้นใครผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้แต่ก็ควรระวัง ควรมีการเว้นช่วงสักหน่อย และใช้ในปริมาณน้อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเกิดสิว เกิดได้อย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.  คนที่มีผิวแพ้ง่ายก็ย่อมมีโอกาสเป็นสิวง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.  ถ้าส่วนประกอบของเครื่องสำอางมีความมัน ก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เพราะ placenta biopeptide เองไม่ได้เป็นส่วนที่ทำให้เกิดสิว แต่บางคนแพ้ส่วนประกอบบางอย่างที่อยู่ภายในเครื่องสำอางเช่น สารที่ช่วยให้เกิดความหนืดที่เหมาะสม สามารถทาและซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้มีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้เช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ในบางกรณีการเป็นสิวก็เกิดจากกระบวนการโยกย้ายสารพิษที่เรียกว่า Detoxification คำว่า toxic ก็คือ สิ่งที่เป็นของเสียสะสม คั่งค้าง คำว่า detox ก็คือ ของเสียสะสมถูกปลดปล่อยออกมา ขบวนการ detox เกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการกระตุ้นเซลล์ อย่างเช่น เซลล์ผิวหนัง แต่ละเซลล์จะมีส่วนที่อยู่ล้อมรอบเซลล์เรียกว่า เซลลูล่าเมทริกซ์ ซึ่งอยู่บริเวณช่องว่างระหว่างเซลล์ โดยจะเป็นส่วนที่สะสมของเสียต่างๆ จากกระบวนการ metabolism ของเซลล์เองบางครั้งก็เป็นที่สะสมของเสียที่เกิดจากการทำลายจากภายนอกเช่น แสงแดด สิ่งแวดล้อมต่างๆ ของเสียเหล่านี้จะมาสะสมที่เซลลูล่าเมทริกซ์ ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างเซลล์ ถ้าเราใช้องค์ประกอบที่เป็นพวก biopeptide ไปกระตุ้นเซลล์ให้เซลล์ทำงานมากขึ้น ก็จะมีการขับของเสียออก จึงอาจมีการ detox เกิดขึ้น การ detox จะเกิดเฉพาะกับสารที่เป็นธรรมชาติหรือสมุนไพรบางอย่างที่มีฤทธิ์ในเชิงของการขับสารพิษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้นขบวนการ detox ที่เกิดขึ้นต้องแยกให้ออกว่าสิวเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากใช้แล้วเกิดสิวนิดหน่อยก็ใช้แล้วทิ้งช่วงห่างออกไป หรือถ้าใช้แล้วสิวค่อยๆ ดีขึ้นก็อาจจะเกิดจากกระบวนการ detox ก็ได้ หรือถ้าเกิดจากการแพ้ก็สามารถใช้วิธีเดียวกันคือ ใช้แล้วทิ้งช่วงห่างออกไป หรือเราไปรักษาสิวให้หายก่อนแล้วค่อยมาใช้ ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่มีความมันก็เป็นตัวที่ทำให้เกิดสิวได้ ถ้าเรามีผิวหน้ามันอยู่แล้ว ก็ควรไปรักษาผิวหน้าให้มีความมันลดลงเสียก่อน เช่น ใช้วิตามินเอ มีกรดวิตามินเอที่เป็นครีมอย่างเช่น เลคติโนอิน ก็จะช่วยให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังเล็กลง เมื่อมากเพียงพอ การใช้ placenta biopeptide ก็จะไม่กระตุ้น การใช้ส่วนประกอบที่มีน้ำมันก็จะไม่มีผลไปกระตุ้นเซลล์ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นสิวเยอะๆ หรือคนที่ผิวหน้ามัน มีต่อมไขมันขนาดใหญ่ก็สามารถใช้ร่วมกันได้เช่น การใช้วิตามินเอร่วมกับเครื่องสำอางที่เป็น placenta ซึ่งก็ไม่ได้ขัดอะไรกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Placenta ควบคู่กับเครื่องสำอางอื่นๆ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; Placenta biopeptide ในแง่ของการใช้ร่วมกับเครื่องสำอางอย่างอื่น หากสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สารเคมี สามารถใช้ร่วมกันได้หมดเลย ไม่มีข้อเสียใดเลย แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือว่า placenta biopeptide จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ให้เซลล์ทำงานมากขึ้น พอเซลล์ทำงานดี สารต่างๆ ก็จะดูดซึมดีขึ้นและมีปริมาณเพิ่มขึ้นในเซลล์ ถ้าเราใช้ร่วมกับสารเคมี สารเคมีก็จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นในผิวหนังเรา คือกักเก็บได้มากขึ้นเนื่องจากเซลล์มีการอิ่มน้ำ มีความชื้นมากขึ้นและเซลล์มีการทำงานที่ดี ฉะนั้นถ้าเราใช้ placenta biopeptide ร่วมกับอย่างอื่น เช่น พวกวิตามินหรือมอยส์เจอไรเซอร์ก็สามารถใช้ได้ จริงๆแล้วสามารถใช้ได้ร่วมกับทุกอย่าง ยกเว้น สิ่งที่ประกอบด้วยโลหะ ที่มีโลหะหนักอยู่ในนั้น อย่างเช่น เครื่องสำอางที่ไม่มียี่ห้อ หรือเป็นเครื่องสำอางขายตรงที่ยังไม่แน่ใจหรือมาจากต่างประเทศ ที่น่าสงสัย ก็จะเกิดการเสี่ยงว่า ถ้ามีโลหะหนักปนเปื้อนอยู่ โลหะหนักนั้นก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในผิวหนังของเรา เพราะโลหะหนักบางอย่างใช้ในการลอกฝ้า เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรจะใช้ ถ้าเป็นการลอกฝ้าด้วยวิธีอื่นก็อาจจะไม่มีผลมาก แต่ในปัจจุบันก็มีการใช้สารเคมีกันเยอะ  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้นวิธีที่ปลอดภัย ถ้าจะใช้ placenta biopeptide ร่วมกับอย่างอื่น สิ่งนั้นควรเป็น 1. พวกวิตามิน  2. มอยส์เจอไรเซอร์ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ควรไปร่วมกับอย่างอื่นเพราะเราไม่รู้ว่าสารเคมีในนั้นเป็นอะไรบ้าง บางคนใช้ยาลอกฝ้าที่มีส่วนประกอบของ hydroquinone ก็จะทำให้ปริมาณ hydroquinone สูงขึ้นก็จะไม่ส่งผลดีต่อผิวหนังได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไร? ในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Placenta จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขึ้นอยู่กับว่า placenta ของผลิตภัณฑ์นั้น มีวิธีการทำอย่างไร ถ้าสกัดออกมาดี มี placenta biopeptide จำนวนมากจริง มีเทคโนโลยีในการทำให้เข้าไปสู่ผิวชั้นลึกได้มากจริง บางทีการเห็นผลก็จะเห็นเร็ว สิ่งที่เห็นเร็วในขั้นต้นนั้น เกิดจากการที่เซลล์ของมนุษย์เรา ถ้า 100% จะทำงานจริงแค่ส่วนหนึ่งคือ 60-70% อีก 30% เซลล์ยังไม่ตายแต่ไม่ทำงาน เรียกว่า quiescence cell ถ้าเรามี biopeptide ที่มี bio-availability หรือมีฤทธิ์จริงๆ เราใช้เพียง 3-4 หยด ในไม่กี่วัน เซลล์ที่หมดสภาพหรือ quiescence cell พวกนี้จะเกิดการตื่นขึ้นมาใหม่ เกิดการสังเคราะห์โปรตีน เรื่องของผิวหนังก็จะมี collagen , elastin เพิ่มขึ้น ผิวหนังจะดีขึ้นภายใน 3-4 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อดีของการใช้สารที่มีส่วนประกอบของ bio เมื่อเราใช้ไปสักพักหนึ่ง เราก็ขาดช่วงได้ อย่างเช่น เดือนแรกใช้ทุกวัน พอเดือนที่ 2 เดือนที่ 3 ใช้ 2-3 วัน / ครั้ง พอเดือนที่สี่ก็ 4-5 วัน / ครั้ง เพราะผิวหนังของคนเรามีการเสื่อมตลอดเวลา ถ้าไม่อยากให้ผิวหนังเสื่อมโทรม ควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์ทุกวัน มิฉะนั้นผิวหนังจะเสื่อมโทรมง่าย การทำลายจากแสงแดด การทำลายจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ที่เป็น oxidative stress มีเยอะมาก ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ผิวหนังเราก็แก่ลงทุกวัน ยิ่งอายุมากขึ้นก็แก่มากขึ้น ยิ่งถ้าอยากให้หน้าตาผ่องใสตลอด ก็ต้องใช้ตลอด เพียงแต่ว่าการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว ถ้าหากว่าเรามีผิวหน้าที่เสื่อมโทรมแล้วเราใช้ผลิตภัณฑ์พวก placenta อาจจะช่วยได้ถ้าหากมีการสกัดที่ดีและมีลักษณะของ biopeptide ที่ออกฤทธิ์ได้จริง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-1089942468981869920?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/' title='คุยกับคุณหมอ'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/1089942468981869920/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=1089942468981869920' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/1089942468981869920'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/1089942468981869920'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/blog-post.html' title='คุยกับคุณหมอ'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-hgmjaYYPI/AAAAAAAAAWc/jtW_TNVZTqw/s72-c/mContent_Image17112550144528.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-3449756227174797110</id><published>2008-03-13T12:19:00.000-07:00</published><updated>2008-03-13T12:20:46.875-07:00</updated><title type='text'>PLACENTARIA</title><content type='html'>PLACENTARIA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผิวหน้าเยาว์ยามกลางวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นุ่มเนียนใสในราตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยพลาเซนทาเรีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เซรั่มบำรุงหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 ชุดประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placentaria Day และ Placentaria Night ขนาด 15mlใช้ได้ประมาณ 60 วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placentaria day: &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บำรุงผิวช่วงกลางวันอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยส่วนประกอบของสารสกัดสาหร่ายทะเลน้ำลึก โปรตีนจากรังไหม สารสกัดจากเห็ดหูหนูขาว มะหาด กวาวเครือขาว CM-Glucan และ Hyaluronic  Acid&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Placentaria night:&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บำรุงผิวช่วงกลางคืน ประกอบด้วยสารสกัดจากสาหร่ายน้ำลึก โยเกิร์ต เห็ดหูหนูขาว มะหาด CM-Glucan และ Hyaluronic acid&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ราคาปกติ 4,375 บาท ราคาสมาชิก 3,500 บาท&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-3449756227174797110?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/3449756227174797110/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=3449756227174797110' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/3449756227174797110'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/3449756227174797110'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/placentaria.html' title='PLACENTARIA'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-7577884377167445138</id><published>2008-03-13T12:07:00.000-07:00</published><updated>2008-03-24T19:07:13.521-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='dncare'/><title type='text'>DN Care</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-heLTaYYMI/AAAAAAAAAWE/ao9L2YRyk5s/s1600-h/DN-CraeBan.gif"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-heLTaYYMI/AAAAAAAAAWE/ao9L2YRyk5s/s200/DN-CraeBan.gif" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5181494919572250818" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวัตกรรมล่าสุด สำหรับผู้รักผิว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     เพื่อให้ผิวหน้าเปล่งปลั่ง เรียบเนียนอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     Unirepair T-43 และ Uniprosyn PS-18&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     กระบวนการปรับสภาพผิวที่ถูกแสงแดดเผา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     และกระบวนการสร้างโปรตีนใต้ผิว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     เพื่อลดริ้วรอยแห่งวัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     Unirepair T-43&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     คือนวัตกรรมล่าสุด ที่สามารถฟื้นฟูและ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     ปรับสภาพ DNAที่เสื่อมลงให้กลับแข็งแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     ขึ้นได้ด้วยกรดอมิโน และโปรตีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     Uniprosyn PS-18&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     คือกระบวนการสร้างโปรตีน เพิ่มความชุ่มชื้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     ให้ผิวหนัง  ลดความหยาบกร้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;     และลดร่องรอยลึกในผิวที่ขาดการดูแล&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-7577884377167445138?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/7577884377167445138/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=7577884377167445138' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/7577884377167445138'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/7577884377167445138'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/dn-care.html' title='DN Care'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_495llfOoyxc/R-heLTaYYMI/AAAAAAAAAWE/ao9L2YRyk5s/s72-c/DN-CraeBan.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-1218169617564755286</id><published>2008-03-13T11:53:00.000-07:00</published><updated>2008-03-13T11:58:03.484-07:00</updated><title type='text'>LCA  ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์</title><content type='html'>LCA  ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์  ในการสกัดส่วนประกอบสำคัญต่างๆจาก  placenta  ได้แก่  cell activating  factor,  dlfferintlation  factor,gene  repairing factor  กรดอะมิโนฯลฯ  รวมทั้ง  collagie  และ  active peptide  และ  ไวตามินต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนประกอบใน LCA ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ใต้ผิวหน้ง ซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพซ่อมแซมยีนส์ที่ถูกทำลายจากแสงแดด และสารอนุมูลอิสระ และช่วยขบวนการแบ่งเซลล์ใต้ผิวหนัง ส่งเสริมการทำงานของเซลล์ผิว  ดังนั้นจึงเป็นการแก้ปัญหาริ้วรอยที่ต้นเหตุ ผิวพรรณจึงอ่อนนุ่มขึ้น และริ้วรอยแห่งวัยก็จะถูกกำิจัดออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าที่หลักของ LCA &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.  ช่วยซ่อมแซมผิวหน้าที่ขาดการบำรุงด้วยสารที่บำรุงผิวหน้าเปรียบเสมือนอาหารของผิวหน้ากว่า 8,000 ชนิด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.  ช่วยลดรอยดำ รอยแดง ที่เกิดจากสิว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.  ช่วยทำให้ผิวหน้าที่เคยเกิดสิวแล้วเป็นหลุม ไม่เรียบ ให้กลับมาเรียบเนียนได้ดังเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลึก ตื้น ของหลุมนั้น             หากลึกมากก็จะค่อยๆ ตื้นขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.  ช่วยทำให้รูขุมขนที่กว้าง แคบลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.  สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องผิวหน้า LCA จะช่วยบำรุงให้ผิวหน้าดูอ่อนนุ่ม อ่อนวัย  กระจ่างใส &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.  หากผู้ใช้มีใบหน้าที่ขาวอยู่แล้ว LCA จะเข้าไปผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ดูขาวอมชมพู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.  เมื่อเริ่มใช้ จะรู้สึกหน้านุ่มน่าสัมผัส และดูเรียบเนียนขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมายเหตุ : ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้น อาจเกิด ประสิทธิภาพแตกต่างหรือใกล้เคียงกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขึ้นอยู่กับลักษณะของผิวหน้า และชนิดของปัญหา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่น แผลเป็น รอยหลุมสิว ฝ้า รอยแดง รอยดำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่ามีปัญหามากหรือน้อย  เป็นต้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-1218169617564755286?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='related' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/lca-stem-cell-stem-cell-200-stem-cell.html' title='LCA  ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์'/><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/1218169617564755286/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=1218169617564755286' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/1218169617564755286'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/1218169617564755286'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/lca.html' title='LCA  ใช้เทคโนโลยีจากสวิตเซอร์แลนด์'/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2416640979841999000.post-4287749818171193196</id><published>2008-03-08T07:53:00.000-08:00</published><updated>2008-03-11T11:07:22.246-07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ LCA &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด  Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La  Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ถาม-ตอบ เกี่ยวกับ LCA &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : Stem Cell คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Stem Cell หรือที่เรียกว่าเซลล์ต้นกำเนิด เป็นชื่อเรียกเซลล์อ่อนที่พร้อมจะเจริญเติบโตแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่และเปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่าง ในร่างกายได้ มีคุณสมบัติที่เด่นเป็นปัจจัยให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจเซลล์ชนิดนี้กันมาก เนื่องจากเป็นเซลล์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถเปลื่อนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ได้ทุกแทบประเภท ไม่ว่าจะเป็นเซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือด เซลล์สมอง เซลล์ตับ รวมแล้วกว่า 200 ชนิด  Stem Cell มีประโยชน์มากมายมหาศาลโดยเฉพาะในวงการแพทย์ และในปัจจุบัน Stem Cell ได้ถูกนำมาใช้ในวงการความงามระดับโลกด้วย โดยนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาสกัดเอาสารอาหารสำคัญต่าง ๆ ที่มีอยู่มากมายนับพันชนิดใน Haman Placenta รวมทั้ง Placenta Stem Cell ด้วย ออกมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมและถนอมรักษาผิวพรรณในด้านการแก้ปัญหาหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำที่อยู่ลึกให้ลดเลือนไป โดยเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสีผิดปกติของผิวพรรณได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : คุณสมบัติของ Placenta เป็นอย่างไร เหตุใดนักวิทยาศาสตร์จึงนำเอา Placenta มาเป็นส่วนประกอบของ LCA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : Placenta ของมนุษย์มีสารที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 8,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เอนไซม์เหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับร่างกายของคนเรา ร่างกายจึงดูดซึมได้ง่าย เมื่อเอนไซม์เหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของคนจะสามารถยกระดับความเร็วในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานอวัยวะเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้การทำงานของร่างกายอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผิวหน้าที่ประสบกับมลภาวะต่าง ๆ ทำให้เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำ อต่เมื่อได้รับเอนไซม์ที่มีอยู่ใน Placenta ก็จะทำให้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ประสบมลภาวะให้ตื่นตัว พร้อมทั้งปรับสภาพหน้าให้ดูขาวใสและอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายจะสามารถใช้ LCA ได้หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : สามารถใช้ได้ เพราะ LCA ผลิตจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใด ๆ ต่อผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวที่แพ้ง่ายให้กระจ่างใสได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้ Placenta ของมนุษย์ทดแทนการใช้ Placenta ของสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ Human Placenta ซึ่งในนั้นมี Stem Cell และสารสำคัญในการเจริญเติบโตอยู่มากกว่า 8,000 ชนิด ได้แก่ cell activating facter,diffferentiation facter,gene repairing facter,กรดอะมิโน วิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง collagen, active peptide และ nucleic acid ที่มีอยู่มากถึง 0.7975 mg/ml และเป็นประเภทเดียวกับที่ร่างกายของมนุษย์ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจาก nucleic acid ที่สกัดจากพืชและสัตว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : เหตุใดจึงต้องใช้เทคโนโลยี SFE ในการสกัด Human Placenta &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เพราะ SFE หรือ Caebon dioxide supercritical low temperature technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการสกัดโดยคาร์บอนไดออกไซด์ในอุณหภูมิที่ต่ำมาก แต่ด้วยประสิทธิภาพที่สามารถสกัดส่วนประกอบของ Placenta ได้มากกว่าการสกัดประเภทอื่น ๆ ถึงกว่า 1000 เท่า รวมทั้งส่วนประกอบที่สกัดออกมาได้ยังมีขนาดเล็กกว่าซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และคงสภาพสารที่สกัดออกมาแล้วได้เต็มที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ทำการค้นคว้าวิจัย โดยใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของสวิสเซอร์แลนด์และได้รับมาตรฐานสากล LCA La  Clare Antiage Placental Biopeptide จึงได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่สร้างชีวิตเพิ่มชีวาให้กับวงการผู้รักความสวยความงาม สามารถเติมเต็มความใฝ่ฝันของผู้รักการถนอมพิวพรรณทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถาม : ต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ในการใช้ LCA จึงจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบ : เมื่อใช้ครั้งแรก ๆ ผิวพรรณที่เสื่อมสภาพจะเริ่มขบวนการฟื้นฟูภายใน 3-7 วัน ผิวพรรณจะกระจ่างใสขึ้น ริ้วรอยเริ่มลดลเอนเมื่อใช้ต่อเนื่อง สามารถแก้ปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอยและจุดด่างดำให้ลดเลือนไป โดยเซลล์ใหม่จะผลักสิ่งสกปรกและสารพิษที่อยู่ตามช่องว่างระหว่างเซลล์ตามผิวหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดผดหรือสิวในระยะแรก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2416640979841999000-4287749818171193196?l=lca-chiangmai.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/feeds/4287749818171193196/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2416640979841999000&amp;postID=4287749818171193196' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/4287749818171193196'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2416640979841999000/posts/default/4287749818171193196'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://lca-chiangmai.blogspot.com/2008/03/lca-stem-cell-stem-cell-200-stem-cell.html' title=''/><author><name>banana</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
